0 Comments

รถโฟล์คลิฟท์

                รถโฟล์ทคลิฟท์ คือยานพาหนะที่สร้างมาเพื่อช่วยทุ่นแรงในการขนย้ายสินค้าหรือวัสดุ ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมก่อสร้าง โรงงาน คลังสินค้า รวมไปจนถึงอุตสาหกรรมในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย 

ที่มาของรถโฟล์ทคลิฟท์ เครื่องจักรที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการอุตสาหกรรม

                รถโฟล์ทคลิฟท์ หรือที่เรียกกันแบบง่าย ๆ ว่ารถยก มีลักษณะพิเศษคือจะมีแท่งเหล็กยื่นออกมาเรียกว่า “งา” เป็นส่วนที่สามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงเพื่อใช้ยกสิ่งของ จึงเกิดเป็นชื่อโฟล์ทคลิฟท์ (Forklift) ซึ่งเป็นการรวมกันของคำว่า Fork ที่แปลว่าส้อม และคำว่า Lift ที่แปลว่ายกขึ้น

                รถยกพัฒนามาจากรอก ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ทุ่นแรงยกของหนักในปลายทศวรรษที่ 1800 แรกเริ่มยังมีกลไกที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีแท่นยกที่เป็นงา จะใช้งานร่วมกันกับรอกเพื่อเป็นตัวช่วยดึงของขึ้นลง และไม่มีคนนั่งขับ จนกระทั่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงเกิดการพัฒนาให้เป็นระบบยกเชิงกล และรถยกไฟฟ้า

                ในปี 1917 รถโฟล์ทคลิฟท์แบบมีคนนั่งขับได้รับการพัฒนาขึ้นโดยบริษัทคลาร์ก และต่อมาในปี 1923 บริษัทเยลได้ผลิตรถยกไฟฟ้าที่มีเสาและงาสำหรับใช้ยกของ หลังจากนั้นรถยกได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเพิ่มแท่นวางสินค้า ปรับระบบรถให้มีความเสถียรมากขึ้น

                จุดเปลี่ยนที่สำคัญของรถยกเกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากความต้องการในการขนย้ายยุทโธปกรณ์และเครื่องอุปโภคจำนวนมหาศาล จึงเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยจะเน้นพัฒนาให้รถยกมีการขนย้ายที่คล่องมากขึ้น ใช้งานในที่แคบได้อย่างสะดวก และพัฒนาแบตเตอรี่ให้สามารถทำงานได้นานถึง 8 ชั่วโมง

                ปัจจุบันรถโฟล์ทคลิฟท์ได้กลายมาเป็นเครื่องจักรสำคัญที่ใช้งานในวงการอุตสาหกรรม และยังคงได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้านความปลอดภัยของผู้ขับ ประสิทธิภาพในการใช้งาน ประเภทรถที่หลากหลาย รวมไปจนถึงด้านการใช้พลังงานที่มีการใช้แก๊สทดแทนน้ำมัน เพื่อความประหยัดและลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

การใช้งานรถโฟล์ทคลิฟ ช่วยให้เกิดประโยชน์ในด้านใดบ้าง

1. ขยายขีดจำกัดในการทำงาน

                การใช้รถโฟล์ทคลิฟท์แทนแรงงานคนจะช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของในปริมาณที่มากหรือของหนักได้ง่ายยิ่งขึ้น ถือเป็นการขยายขีดจำกัดในการทำงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และประหยัดเวลา

2. ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน

                เมื่อมีการใช้รถยกแทนแรงงานคน ก็ไม่จำเป็นจะต้องจ้างพนักงานจำนวนมาก ถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายในทางหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยให้ควบคุมกระบวนการทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย

3. เสริมสร้างความปลอดภัย

                เนื่องด้วยแรงงานคนมีขีดจำกัด จึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงานได้ง่าย และหากเกิดความผิดพลาด อาจส่งผลให้สินค้าได้รับความเสียหายไปด้วย การใช้รถโฟล์ทคลิฟท์จึงช่วยให้ปลอดภัยกว่า

4. มีโอกาสสร้างกำไรได้มากขึ้น

                หากสามารถทำการผลิตและขนย้ายสินค้าในจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมีประสิทธิภาพ ก็จะยิ่งมีโอกาสสร้างผลกำไรให้กับองค์กรได้มากยิ่งขึ้น

                จะเห็นได้ว่ารถโฟล์ทคลิฟท์ไม่เพียงแค่ช่วยในเรื่องของความสะดวกสบาย แต่ยังให้ผลดีครอบคลุมไปถึงด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลกำไรในการผลิต จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมยานพาหนะชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการอุตสาหกรรม